วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
สต็อปโมชั่นมีเทคนิคทำได้หลากหลาย
1. เคลย์แอนิเมชั่น (Clay animation หรือ
เคลย์เมชั่น claymation) คือ
แอนิเมชั่นที่ใช้หุ่น หรือรูปทรง ซึ่งทำจากดินเหนียว ขี้ผึ้ง หรือวัสดุใกล้เคียง
โดยใส่โครงลวดไว้ข้างในเพื่อให้ดัดท่าทางได้ แล้วเคลื่อนไหวไปทีละท่าทางตามต้องการ
เมื่อนำภาพทั้งหมดมาเรียงเป็นเฟรมต่อกัน
ก็จะเสมือนว่ามีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
2. คัตเอาต์แแอนิเมชั่น (Cutout animation) คือ การนำวัสดุสองมิติ เช่น กระดาษ หรือผ้า มาตัดเป็นรูปต่าง ๆ
แล้วนำมาขยับเพื่อถ่ายเก็บไว้ทีละเฟรม แล้วนำเฟรมมาต่อกัน
เล่าเป็นเรื่องราวตามหัวข้อที่กำหนด แต่ปัจจุบันอาจวาดหรือสแกนภาพเข้าไปขยับในคอมพิวเตอร์
เช่น move, rotate หรือ resize
3. หุ่นกระบอก หรือโมเดลแอนิเมชั่น (Puppet or Model animation) คือ การทำตัวละครเป็นโมเดลขึ้นมาขยับร่วมกับวัตถุอื่น
อาจมีการซ้อนภาพเข้ากับฉากที่มีคนแสดงจริง และภาพพื้นเสมือนจริงก็ได้
4. พิกซิลเลชั่น (Pixilation) คือ
การใช้คนจริงมาขยับท่าทางเพื่อแสดงการเคลื่อนไหว แล้วถ่ายเก็บไว้ทีละภาพ ทีละเฟรม
แล้วนำมาฉายต่อเนื่องกันให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของคนอย่างไหลลื่น
5. แอนิเมชั่นกับวัตถุ (Object animation) คือ การนำวัตถุที่ไม่สามารถดัดแปลงรูปร่างหน้าตาแบบดินเหนียว
มาเป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างภาพ เช่น ของเล่น หุ่น ตุ๊กตา หรือตัวต่อเลโก้
6. แอนิเมชั่นเงาของแสง (Silhouette animation) คือ การแสดงให้เห็นวัตถุผ่านเงา อาจสร้างวัตถุจากกระดาษ
แล้วนำมาบังแสงเพื่อให้ได้เงาที่ต้องการ อาจใช้วิธีอื่นก็ได้
ซึ่งเป็นแนวคิดที่ปรับจากการแสดงด้วยเงาคล้ายหนังตะลุง หรือหนังเงา
ที่มา : http://www.thaiall.com/blog/tag/stop-motion/
ประวัติความเป็นมาของหนังแบบ Stop-Motion
ในสมัยก่อน การทำ stop-motion ส่วนมากจะทำกับวัตถุที่เคลื่อนไหวเองไม่ได้
ต้องทำการถ่ายรูปแล้วก็ขยับวัตถุทีละน้อยแล้วก็ถ่ายรูปซ้ำไปซ้ำมา
พอได้ภาพจำนวนหนึ่ง ก็จะนำมาเรียงต่อกันเพื่อทำเป็นหนัง stop-motion เรื่องสั้นเรื่องแรก คือ The Humpty Dumpty Circus สร้างโดย Albert Smith กับ Stuart
Blackton ในปี 1899
Emile Cohl
Emile Cohl นักสร้างการตูนและผู้สร้างอนิเมชั่นชาวฝรั่งเศส เป็นคนนำ stop-motion เข้ามาสู่อเมริกา เขาใช้ ภาพวาด หุ่นจำลอง และอื่นๆที่เคลื่อนไหวไม่ได้ เท่าที่เขาจะหาได้ สำหรับทำ stop-motion แล้วหนัง stop-motion เรื่องแรกของเขา ชื่อว่า Fantasmagorie เขาสร้างมันเสร็จในปี 1908 ใช้ภาพวาดทั้งหมด 700 ภาพ แล้วถ่ายรูปขึ้นมาเพื่อนำมาทำเป็นอนิเมชั่น
Emile Cohl นักสร้างการตูนและผู้สร้างอนิเมชั่นชาวฝรั่งเศส เป็นคนนำ stop-motion เข้ามาสู่อเมริกา เขาใช้ ภาพวาด หุ่นจำลอง และอื่นๆที่เคลื่อนไหวไม่ได้ เท่าที่เขาจะหาได้ สำหรับทำ stop-motion แล้วหนัง stop-motion เรื่องแรกของเขา ชื่อว่า Fantasmagorie เขาสร้างมันเสร็จในปี 1908 ใช้ภาพวาดทั้งหมด 700 ภาพ แล้วถ่ายรูปขึ้นมาเพื่อนำมาทำเป็นอนิเมชั่น
Willis
O’Brien
Willis O’Brien เป็นผู้สร้างเทคนิคพิเศษให้กับวงการภาพยนตร์ ภาพยนตร์เรื่องแรกที่เขาร่วมสร้างคือ The Lost World ในปี 1925 ในภาพยนตร์มีบางช่วงที่เป็น stop-motion ซึ่งเขาเป็นคนทำมัน จากผลงานนี้ทำให้เขาได้ร่วมงานกับทีมสร้าง King Kong
Willis O’Brien เป็นผู้สร้างเทคนิคพิเศษให้กับวงการภาพยนตร์ ภาพยนตร์เรื่องแรกที่เขาร่วมสร้างคือ The Lost World ในปี 1925 ในภาพยนตร์มีบางช่วงที่เป็น stop-motion ซึ่งเขาเป็นคนทำมัน จากผลงานนี้ทำให้เขาได้ร่วมงานกับทีมสร้าง King Kong
ในทุกวันนี้ มีคนสร้าง stop-motion จากหุ่นจำลองต่างๆอยู่มากมาย และมีการทำโดยนำการเคลื่อนไหวของคนใส่เข้าไป
หนึ่งในนั้นคือ Tim Burton, Henry Selick และ Nick
Park

ที่มา : http://www.lomography.co.th/magazine/128477-a-short-history-of-stop-motion-animation-thai
วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
การป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร
1. เรียนรู้ถึงความคิดต่างกันของหญิงชายในเรื่องเพศ
ผู้ชายมีเพศสัมพันธ์ได้โดยไม่มีความรัก ขณะที่ผู้หญิงมีเพศสัมพันธ์เพราะความรัก ผู้ชายมองการมีเพศสัมพันธ์ว่าเป็นการหาความสุขร่วมกันและไม่ต้องผูกพัน ขณะที่ผู้หญิงเมื่อมีเพศสัมพันธ์กับชายใดจะต้องการมีความผูกพันกับชายคนนั้น หลังจากมีเพศสัมพันธ์ ผู้ชายไม่ได้คิดว่าจะต้องมีความผูกพันอะไรต่อไป ขณะที่ผู้หญิงคิดว่าเมื่อมีเพศสัมพันธ์กันแล้ว เธอจะต้องมีความผูกพันกับชีวิตเขา จึงเรียกความรับผิดชอบจากผู้ชาย ความตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างชายหญิง จะเป็นการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่งจะนำปัญหาต่าง ๆ มากมายที่ยากแก่การแก้ไข
2. วัยรุ่นชายควรคิดเสมอว่าวัยรุ่นหญิงเป็นเพศเดียวกับแม่ พี่น้อง ควรช่วยเหลือและให้เกียรติ
3. ควรหลีกเลี่ยงการถูกเนื้อต้องตัว เพราะอาจนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่คาดคิดได้
4. ควรหลีกเลี่ยงการไปพักค้างคืนร่วมกันเป็นหมู่คณะ หรือตามลำพังโดยไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแล
5. ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ด้วยกันตามลำพังในที่ลับตาคน
6. ควรหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่เปลี่ยว โรงแรมและสถานเริงรมย์ทุกรูปแบบ
7. ควรหลีกเลี่ยงการมีนัดหมายกับเพศตรงข้ามในยามวิกาล
8. ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเหล้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสารเสพติดทุกชนิด
9. วัยรุ่นหญิงควรแต่งกายเรียบร้อย และมิดชิด ไม่ควรแต่งกายในลักษณะที่ยั่วยุ ให้ผู้พบเห็นเกิดอารมณ์ทางเพศ เช่น เสื้อสายเดี่ยว เสื้อเกาะอก กระโปรงสั้น และกางเกงรัดรูปเกินไป
10. หลีกเลี่ยงการคบเพื่อนหรือออกเที่ยวกับเพื่อนต่างเพศที่ไม่รู้จักดีพอ
11. ควรหลีกเลี่ยงการออกเที่ยวหรือเดินทางในยามวิกาล หรือการเดินทางในที่เปลี่ยว
12. วัยรุ่นชายหญิงควรวางตัวต่อกันอย่างสุภาพ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และไม่ควรมีการล่วงเกินทางเพศ หรือวางตัวสนิทสนมใกล้ชิดเกินไป
13. การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง ในสถานการณ์ที่เหมาะสม(การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง เป็นทางออกที่ดีทางหนึ่ง ใช้เป็นไม้ตายสุดท้าย ควรทำในที่ลับ และอย่าพร่ำเพรื่อจนเกินไป)
(คัดลอก: จากบทความรณรงค์วันเอดส์โลก; นพ.สุรศักดิ์ โควสุภัทร์.โรงพยาบาลหนองคาย)
ที่มา : http://icare.kapook.com/aids.php?ac=detail&s_id=103&id=1140
ผู้ชายมีเพศสัมพันธ์ได้โดยไม่มีความรัก ขณะที่ผู้หญิงมีเพศสัมพันธ์เพราะความรัก ผู้ชายมองการมีเพศสัมพันธ์ว่าเป็นการหาความสุขร่วมกันและไม่ต้องผูกพัน ขณะที่ผู้หญิงเมื่อมีเพศสัมพันธ์กับชายใดจะต้องการมีความผูกพันกับชายคนนั้น หลังจากมีเพศสัมพันธ์ ผู้ชายไม่ได้คิดว่าจะต้องมีความผูกพันอะไรต่อไป ขณะที่ผู้หญิงคิดว่าเมื่อมีเพศสัมพันธ์กันแล้ว เธอจะต้องมีความผูกพันกับชีวิตเขา จึงเรียกความรับผิดชอบจากผู้ชาย ความตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างชายหญิง จะเป็นการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่งจะนำปัญหาต่าง ๆ มากมายที่ยากแก่การแก้ไข
2. วัยรุ่นชายควรคิดเสมอว่าวัยรุ่นหญิงเป็นเพศเดียวกับแม่ พี่น้อง ควรช่วยเหลือและให้เกียรติ
3. ควรหลีกเลี่ยงการถูกเนื้อต้องตัว เพราะอาจนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่คาดคิดได้
4. ควรหลีกเลี่ยงการไปพักค้างคืนร่วมกันเป็นหมู่คณะ หรือตามลำพังโดยไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแล
5. ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ด้วยกันตามลำพังในที่ลับตาคน
6. ควรหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่เปลี่ยว โรงแรมและสถานเริงรมย์ทุกรูปแบบ
7. ควรหลีกเลี่ยงการมีนัดหมายกับเพศตรงข้ามในยามวิกาล
8. ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเหล้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสารเสพติดทุกชนิด
9. วัยรุ่นหญิงควรแต่งกายเรียบร้อย และมิดชิด ไม่ควรแต่งกายในลักษณะที่ยั่วยุ ให้ผู้พบเห็นเกิดอารมณ์ทางเพศ เช่น เสื้อสายเดี่ยว เสื้อเกาะอก กระโปรงสั้น และกางเกงรัดรูปเกินไป
10. หลีกเลี่ยงการคบเพื่อนหรือออกเที่ยวกับเพื่อนต่างเพศที่ไม่รู้จักดีพอ
11. ควรหลีกเลี่ยงการออกเที่ยวหรือเดินทางในยามวิกาล หรือการเดินทางในที่เปลี่ยว
12. วัยรุ่นชายหญิงควรวางตัวต่อกันอย่างสุภาพ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และไม่ควรมีการล่วงเกินทางเพศ หรือวางตัวสนิทสนมใกล้ชิดเกินไป
13. การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง ในสถานการณ์ที่เหมาะสม(การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง เป็นทางออกที่ดีทางหนึ่ง ใช้เป็นไม้ตายสุดท้าย ควรทำในที่ลับ และอย่าพร่ำเพรื่อจนเกินไป)
(คัดลอก: จากบทความรณรงค์วันเอดส์โลก; นพ.สุรศักดิ์ โควสุภัทร์.โรงพยาบาลหนองคาย)
ที่มา : http://icare.kapook.com/aids.php?ac=detail&s_id=103&id=1140
ฝันสลายหากท้องวัยเรียน
การตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์นั้นเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่มีอยู่ในทุกยุคทุกสมัยของสังคมไทย
โดยเฉพาะในปัจจุบันปัญหานี้เกิดขึ้นมากในเด็กวัยเรียน และ
วัยรุ่นซึ่งเป็นวัยที่อยู่ระหว่างรอยต่อของระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่และเป็นช่วงที่ร่างกายมีความพร้อมต่อการสืบพันธ์
นิสัยของเด็กในวัยนี้อารมณ์แปรปรวนง่าย มีความคึกคะนอง ชอบกิจกรรมที่ท้าทาย
อยากรู้อยากลอง
ซึ่งอาจจะส่งผลให้ขาดสติยั้งคิดในบางเรื่องจนทำให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา
จากการสำรวจพบว่าวัยรุ่นไทยเริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเริ่มต้นที่อายุ 12 ปีและมีแนวโน้มที่อายุจะลดลงไปเรื่อยๆในอนาคต
ปัจจัยเสี่ยงของปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์นั้นประกอบด้วยปัจจัยต่างๆดังต่อไปนี้
– ไม่ป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์เนื่องจากขาดความรู้
– เข้าใจผิดเกี่ยวกับการร่วมเพศคิดว่าครั้งเดียวคงไม่ท้อง
– ไม่กล้าไปขอรับถุงยาอนามัยและยาคุมกำเนิด
– ใช้วิธีคุมกำเนิดไม่ถูกต้อง
จากกราฟข้างต้นแสดงให้เห็นว่านักเรียนส่วนใหญ่มีแนวโน้มในการมีเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้นทุกปี
อีกทั้งอัตราส่วนในการใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกในภาพรวมของนักเรียนทุกกลุ่มมีประมาณร้อยละ
50 เท่านั้น
การตั้งครรภ์ในวัยเรียนนั้นส่งผลกระทบทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจในแง่ลบต่อผู้ตั้งครรภ์
เด็กในครรภ์ หรือแม้กระทั่งผู้ปกครองเอง
โดยเฉพาะด้านร่างกายในเด็กที่ตั้งครรภ์ถ้าหากร่างกายยังไม่พร้อมที่จะมีบุตรก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาต่างๆ
อาทิ ทารกที่คลอดออกมามีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ ทารกพิการ ทารกขาดสารอาหาร ฯลฯ
รวมไปถึงความเสี่ยงที่จะป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก็จะสูงขึ้น
ส่วนด้านจิตใจอาจทำให้เกิดความเครียด วิตกกังวล
ซึมเศร้าซึ่งอาจจะส่งผลให้การดำเนินชีวิตประจำวันเปลี่ยนไป
ที่มา:https://annlen5.wordpress.com/tag/สาเหตุที่ทำให้ท้อง/
14 วิธีป้องกันท้องในวัยรุ่น ดังนี้
1. ประชาชนทุกคนต้องเห็นความสำคัญของการป้องกันท้องในวัยทีน
โดยถือว่าเป็นหน้าที่ของพลเมืองดีที่จะช่วยกันอบรมสั่งสอน (เท่าที่จะเป็นไปได้)
สอดส่องดูแลความประพฤติของวัยรุ่น ช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งผู้ปกครอง สถานศึกษา ตำรวจ
ฯลฯ เมื่อพบความเสี่ยง
2. สังคมต้องมีส่วนรับผิดชอบ เช่น ลดการยั่วยุทางกามารมณ์ ไม่ปากว่าตาขยิบกับวัยรุ่น ไม่ว่าในสถานบันเทิง การขายสุรา การมั่วสุมในที่ต่างๆ ฯลฯ
3. ครอบครัวต้องถือว่าเป็นหน้าที่หลักที่จะดูแลลูกหลานวัยรุ่นของตนเองอย่าง ใกล้ชิด ความรักและความใกล้ชิดทำให้ตรวจพบสิ่งผิดปกติตั้งแต่เริ่มแรก
4. พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเข้าใจจิตวิทยาของวัยรุ่น ต้องพัฒนาตนเองให้ทันยุคสมัยและสังคมที่เปลี่ยนแปลง ทั้งเรื่องข้อมูลข่าวสาร เทคโนโลยี การใช้ชีวิต ฯลฯ
5. หากมีลูกหลานเป็นชาย ควรสอนเขาตั้งแต่เด็ก ถึงความเป็นสุภาพบุรุษ ไม่ล่วงเกินเพศตรงข้าม หากยังไม่พร้อมและไม่สามารถรับผิดชอบเลี้ยงดู สร้างครอบครัวได้
6. สร้างค่านิยมไม่มีเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่น คนเก่งต้องรู้จักเซย์โน สนับสนุนการสร้างปณิธานให้รักษาพรหมจรรย์จนถึงวัยอันควร โดยใช้ความสัมพันธ์อันดีในครอบครัวหลักการทางศาสนา จัดตั้งกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน ฯลฯ
7. สถานศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องสนับสนุนองค์ความรู้ทางเพศศึกษา (รวมถึงการคุมกำเนิด) ที่ถูกต้อง ตั้งแต่ก่อนที่นักเรียนจะเข้าสู่วัยรุ่น
8. รัฐบาล ต้องถือว่าการลดการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นนโยบายสำคัญ มีงบประมาณ กลยุทธ์ สนับสนุนองค์กรที่เกี่ยวข้อง และมีการลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
9. สื่อต่างๆ ควรสนับสนุนบทเรียนและการเรียนรู้ทางเพศศึกษาที่ถูกต้อง โดยมีดารานักร้อง ฯลฯ เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่วัยรุ่น
10. นักเขียน นักแสดง ผู้จัดละคร ภาพยนตร์ ควรเสนอบทเรียนของการตั้งท้องวัยทีนให้แพร่หลาย ในหลากรูปแบบงานวรรณกรรม บันเทิงคดี ฯลฯ
11. สถานพยาบาลควรมีคลีนิคให้คำปรึกษาวัยรุ่น ที่สามารถติดต่อปรึกษาได้ทุกเมื่อ
12. แพทย์พยาบาลผู้ให้บริการต้องไม่มีอคติต่อวัยรุ่นที่มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอัน ควร
13. มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ช่วยปรึกษาหาทางออกให้ เมื่อวัยรุ่นพลาดพลั้งตั้งครรภ์
14. ล้อมรั้วด้วยรัก อภัย เข้าใจ และเห็นใจ ทั้งจากคนในครอบครัว และคนรอบข้าง สิ่งเหล่านี้จะสร้างความมั่นใจและให้กำลังใจ ทำให้วัยรุ่นที่เสียตัวไปแล้วไม่ตั้งครรภ์ ที่ตั้งครรภ์ไปแล้วก็จะไม่ท้องในวัยทีนซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง
2. สังคมต้องมีส่วนรับผิดชอบ เช่น ลดการยั่วยุทางกามารมณ์ ไม่ปากว่าตาขยิบกับวัยรุ่น ไม่ว่าในสถานบันเทิง การขายสุรา การมั่วสุมในที่ต่างๆ ฯลฯ
3. ครอบครัวต้องถือว่าเป็นหน้าที่หลักที่จะดูแลลูกหลานวัยรุ่นของตนเองอย่าง ใกล้ชิด ความรักและความใกล้ชิดทำให้ตรวจพบสิ่งผิดปกติตั้งแต่เริ่มแรก
4. พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเข้าใจจิตวิทยาของวัยรุ่น ต้องพัฒนาตนเองให้ทันยุคสมัยและสังคมที่เปลี่ยนแปลง ทั้งเรื่องข้อมูลข่าวสาร เทคโนโลยี การใช้ชีวิต ฯลฯ
5. หากมีลูกหลานเป็นชาย ควรสอนเขาตั้งแต่เด็ก ถึงความเป็นสุภาพบุรุษ ไม่ล่วงเกินเพศตรงข้าม หากยังไม่พร้อมและไม่สามารถรับผิดชอบเลี้ยงดู สร้างครอบครัวได้
6. สร้างค่านิยมไม่มีเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่น คนเก่งต้องรู้จักเซย์โน สนับสนุนการสร้างปณิธานให้รักษาพรหมจรรย์จนถึงวัยอันควร โดยใช้ความสัมพันธ์อันดีในครอบครัวหลักการทางศาสนา จัดตั้งกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน ฯลฯ
7. สถานศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องสนับสนุนองค์ความรู้ทางเพศศึกษา (รวมถึงการคุมกำเนิด) ที่ถูกต้อง ตั้งแต่ก่อนที่นักเรียนจะเข้าสู่วัยรุ่น
8. รัฐบาล ต้องถือว่าการลดการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นนโยบายสำคัญ มีงบประมาณ กลยุทธ์ สนับสนุนองค์กรที่เกี่ยวข้อง และมีการลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
9. สื่อต่างๆ ควรสนับสนุนบทเรียนและการเรียนรู้ทางเพศศึกษาที่ถูกต้อง โดยมีดารานักร้อง ฯลฯ เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่วัยรุ่น
10. นักเขียน นักแสดง ผู้จัดละคร ภาพยนตร์ ควรเสนอบทเรียนของการตั้งท้องวัยทีนให้แพร่หลาย ในหลากรูปแบบงานวรรณกรรม บันเทิงคดี ฯลฯ
11. สถานพยาบาลควรมีคลีนิคให้คำปรึกษาวัยรุ่น ที่สามารถติดต่อปรึกษาได้ทุกเมื่อ
12. แพทย์พยาบาลผู้ให้บริการต้องไม่มีอคติต่อวัยรุ่นที่มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอัน ควร
13. มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ช่วยปรึกษาหาทางออกให้ เมื่อวัยรุ่นพลาดพลั้งตั้งครรภ์
14. ล้อมรั้วด้วยรัก อภัย เข้าใจ และเห็นใจ ทั้งจากคนในครอบครัว และคนรอบข้าง สิ่งเหล่านี้จะสร้างความมั่นใจและให้กำลังใจ ทำให้วัยรุ่นที่เสียตัวไปแล้วไม่ตั้งครรภ์ ที่ตั้งครรภ์ไปแล้วก็จะไม่ท้องในวัยทีนซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง
ที่มา : http://www.naewna.com/lady/columnist/17028
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





