วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2557

คำสั่ง SQL เบื้องต้น

การใช้งานคําสั่ง SQL (STRUCTURED QUERY LANGUAGE)
SQL เป็นภาษาที่ทําให้ผู้ใช้สามารถทํางานกับข้อมูลที่เก็บบนฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ โดย SQL ได้รับ
การออกแบบให้มีการดําเนินการกับข้อมูลแบบโต้ตอบระหว่างผู้ใช้กับคอมพิวเตอร์โดยตรง ด้วยการพิมพ์คําสั่ง SQLในหน้าจอโปรแกรมที่ใช้จัดการฐานข้อมูล และผลลัพธ์ของข้อมูลก็จะปรากฏบนหน้าจอในทันที นอกจากนี้โปรแกรมเมอร์ยังสามารถนําคําสั่ง SQL แทรกเข้าไปในส่วนของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เขียนมาได้เช่นกัน
คําสั่งในภาษา SQL ประกอบด้วยชุดคําสั่งหลัก ๆ 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่
1. DDL (Data Definition Language) เป็นชุดคําสั่งที่ี่ใช้ในการนิยาม กําหนด หรือการสร้างข้อมูลบนฐานข้อมูล เช่น table, index, view ได้แก่คําสั่ง CREATE TABLE, CREATE VIEW
2. DML (Data Manipulation Language) เป็นชุดคําสี่ใช้ในการประมวลผลหรือจัดการกับข้อมูลในฐานข้อมูล ได้แก่คําสั่ง SELECT, INSERT, UPDATE, DELETE เป็นต้น
3. DCL (Data Control Language) เป็นคําสั่งใช้ในการควบคุมสิทธิ์ของผู้ใช้ในการใช้ข้อมูลรวมทั้งส่วนที่ใช้ควบคุมการใช้งานฐานข้อมูลจากผู้ใช้หลายๆคนพร้อมกันได้แก่ คําสั่ง Grant, Revoke เป็นต้น
คำสั่ง Insert Into
คำสั่ง INERT INTO ใช้ในประโยคคำสั่งสำหรับการเพิ่มเรคคอร์ดใหม่
ไวยากรณ์
INERT INTO tablename [(fieldname1, fieldname2,...)]
VALUES (value1, value 2,...);
[ ] ตัวเลือก
หมายเหตุจำนวน value ต้องเท่ากับ fieldname
INERT INTO Authors (Author, [Year Born] VALUES (‘Frank Whale’, 1960);

คำสั่ง Update
คำสั่ง UPDATE ใช้ในประโยคคำสั่งสำหรับการปรับปรุงค่าในเรคคอร์ด
ไวยากรณ์
UPDATE tablename
SET fieldname = expression
WHERE [condition];
[ ] ตัวเลือก
UPDATE Authors SET [Year Born] = 1961 WHERE Author = ‘Frank Whale’;

คำสั่งที่ใช้ในการลบ INDEX
คำสั่ง : ALTER TABLE table_name
DROP INDEX index_name;
ตัวอย่าง : CREATE INDEX person_index
ON person ( first_name, last_name );
ALTER TABLE person
DROP INDEX person_index;

คำสั่งที่ใช้ในการสร้าง INDEX
คำสั่ง : CREATE INDEX index_name
ON table_name ( column_name_1, column_name_2, ..., column_name_n ); 
ตัวอย่าง : CREATE INDEX person_index
ON person ( first_name, last_name );

คำสั่งที่ใช้ในการเปลี่ยนชื่อตาราง
คำสั่ง : RENAME table_old_name
TO table_new_name;
ตัวอย่าง : CREATE TABLE person
(    id int(11) PRIMARY,
     first_name varchar(50),
     last_name varchar(50)
);
RENAME person TO customer;


คำสั่งที่ใช้ในการลบตาราง
คำสั่ง : DROP TABLE table_name;
ตัวอย่าง : CREATE TABLE person
(
     id int(11) PRIMARY,
     first_name varchar(50),
     last_name varchar(50)
);
DROP TABLE person;

คำสั่งที่ใช้ในการสร้างตาราง
คำสั่ง : CREATE TABLE table_name
( column_name_1 column_type,
     column_name_2 column_type,
     .....,
     column_name_n column_type);
ตัวอย่าง : CREATE TABLE person
(id int(11) PRIMARY,
     first_name varchar(50),
     last_name varchar(50)

คำสั่งที่ใช้ในการเรียกดูข้อมูลในตาราง
ใช้ในการเรียกดูข้อมูลจากตาราง ( query )
คำสั่ง : SELECT [ ALL | DISTINCT | TOP n ] column_name_1, column_name_2, ..., column_name_n
FROM table_name
[ IN database_name ]
[ WHERE condition ]
[ GROUP BY column_name_1, column_name_2, ..., column_name_n ]
[ HAVING condition ]
[ ORDER BY column_name_1 [ ASC | DESC ], ..., column_name_n [ ASC | DESC ] ]
[ LIMIT m ];
ตัวอย่าง : SELECT DISTINCT country
FROM person
ORDER BY country;
ใช้ในการเรียกดูข้อมูลในตาราง ดังนี้
ALL คือ เลือกทั้งหมดทุกแถว ( เป็นค่า default )
DISTINCT คือ แสดงข้อมูลเฉพาะที่ไม่ซ้ำกัน
TOP n [ PERCENT ] คือ เลือกมา n แถวนับจากบนสุด หรือเลือกมา ( (n * จำนวนแถวทั้งหมด ) / 100 ) แถว
LIMIT m คือ เลือกมา m แถวนับจากแถวบนสุด ( ถ้าใช้ ORDER BY RAND() LIMIT m คือเลือกมา m แถวแบบสุ่ม )
ASC ใช้เรียงค่าข้อมูล จากน้อยไปมาก
DESC ใช้เรียงค่าข้อมูล จากมากไปน้อย

IN database_name ถ้าไม่กำหนดจะใช้ฐานข้อมูลปัจจุบันที่ติดต่ออยู่

คำสั่งที่ใช้ในการลบฐานข้อมูล
คำสั่ง : DROP DATABASE database_name;
ตัวอย่าง : DROP DATABASE labcode;

คำสั่งที่ใช้ในการสร้างฐานข้อมูล
คำสั่ง : CREATE DATABASE database_name;
ตัวอย่าง : CREATE DATABASE labcode;

ที่มา : http://code.function.in.th/sql

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น